ชาเขียว VS มัทฉะ ส่องความต่างที่ต้องรู้ก่อนดื่ม

Date: 15/05/2026

เวลาที่จะสั่งเครื่องดื่มในคาเฟ่ บางร้านก็จะเขียนเมนูชาเขียว (Green Tea) บ้าง มัทฉะ (Matcha) บ้าง ทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าทั้งสองอย่างคือชาแบบเดียวกัน แต่ที่จริงแล้วแตกต่างกันทั้งเรื่องการเก็บเกี่ยว วิธีการชง ไปจนถึงรสชาติที่ได้ ซึ่งการเข้าใจว่ามัทฉะกับชาเขียวต่างกันยังไง จะช่วยให้ต่อยอดเมนูได้หลากหลาย และอัปเกรดรสชาติให้ถูกใจลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น

บทความนี้ TRIVA ชวนมาส่องวิธีแยกความแตกต่างของมัทฉะกับชาเขียว และแนะนำว่าเมนูไหนที่เหมาะกับการใช้มัทฉะหรือชาเขียวมากกว่ากัน

Highlight

  • มัทฉะคือชาเขียวประเภทหนึ่งที่มีกรรมวิธีพิเศษคือ การบดใบชาเขียวหลังนึ่ง โดยไม่ผ่านการนวดเหมือนชาเขียวทั่ว ๆ ไป ทำให้ได้รสสัมผัสที่เข้มข้น
  • จุดสำคัญที่ทำให้ชาเขียวแตกต่างจากมัทฉะคือ การบริโภคที่นำใบชาแห้งมาต้มในน้ำ จากนั้นกรองออกมาเพียงน้ำชา จึงได้ชาที่มีความใสมากกว่ามัทฉะที่เป็นการดื่มใบชาตรง ๆ
  • ชาเขียวและมัทฉะแบ่งออกเป็นหลายเกรด ตามลำดับการเก็บเกี่ยวและชิ้นส่วนของต้นชาที่นำมาใช้ โดยชาที่เก็บเกี่ยวในช่วงแรกของฤดูกาลและเก็บเฉพาะยอดอ่อน จะถูกนับเป็นชาคุณภาพสูง
  • ชาเขียวและมัทฉะให้สารอาหารที่คล้ายกัน แต่มัทฉะจะมีปริมาณที่เข้มข้นกว่า เนื่องจากเป็นการนำใบมาบด เพื่อรักษาปริมาณสารอาหารไว้ให้ได้มากที่สุด มัทฉะจึงมีประโยชน์และมีคาเฟอีนมากกว่าชาเขียวทั่วไป

ชาเขียวแบ่งเป็นประเภทอะไรบ้าง ?

“ชาเขียว” เป็นคำเรียกรวม ๆ ของเครื่องดื่มที่ทำจากใบชาสีเขียวที่ติดปากคนไทยมาหลายสิบปีก่อนที่กระแสมัทฉะจะเข้ามา โดยชาเป็นเครื่องดื่มที่มีจุดกำเนิดยาวนานถึง 4,000 ปี ในประเทศจีน ก่อนจะเผยแพร่ไปยังประเทศต่าง ๆ ซึ่งมีจุดเด่นคือ ลักษณะใบชาอบแห้งที่มีวิธีเก็บเกี่ยวไม่ซับซ้อน ให้ผลลัพธ์เป็นน้ำสีใส ๆ ไปจนถึงสีเขียวอ่อน 

การดื่มชาเขียวเป็นที่นิยมในเอเชียเป็นหลัก โดยเฉพาะญี่ปุ่น ซึ่งจะมีการแบ่งประเภทชา หรือที่เรียกกันว่า Cha  เป็น 6 ประเภทหลัก ได้แก่

8e30f24c-77f5-47e7-ba70-494f3d64df05.webp
  • เซนฉะ (Sencha) : ชาเขียวที่เป็นที่นิยมมากที่สุดในญี่ปุ่น เป็นใบชาที่ผ่านการปลูกให้โดนแสงแดดตลอดช่วงเก็บเกี่ยว แล้วนำใบสดมานึ่ง นวด และอบแห้ง จนได้ชาสีมรกต รสชาติหวานฝาด ๆ และได้กลิ่นหอมสดชื่น
  • เกียวคุโร (Gyokuro) : ชาคุณภาพสูงที่สุดของชาเขียวญี่ปุ่น ผ่านการเลี้ยงในร่มอย่างพิถีพิถันมากกว่า 20 วัน โดยจะเก็บเกี่ยวเป็นชนิดแรกของฤดูกาล และเก็บเฉพาะยอดอ่อนของใบชาเท่านั้น ทำให้ชาชนิดนี้มีราคาสูง มีรสชาติหวานกลมกล่อมเข้มข้น
  • มัทฉะ (Matcha) : มัทฉะเองก็เป็นหนึ่งในประเภทของชาเขียวเช่นกัน โดยเป็นการนำเซนฉะไปอบไอน้ำแล้วอบแห้งโดยไม่นวดใบชา จากนั้นจึงนำไปบดเป็นผง ทำให้มีกลิ่นหอมและได้สารอาหารปริมาณมาก
  • เกนไมฉะ (Genmaicha) : ชาเขียวที่ผสมกับข้าวคั่ว ทำให้มีเอกลักษณ์เป็นสีเหลืองอ่อนและกลิ่นหอมของข้าวคั่วที่เด่นชัด โดยชาประเภทนี้จะมีรสฝาด หวานน้อย และมีคาเฟอีนต่ำ
  • บันฉะ (Bancha) : ใบชาเกรดต่ำที่เก็บเกี่ยวนอกฤดูกาล ทำให้รสชาติสดชื่น ไม่มีรสขม และใช้ดื่มได้ทั่วไป
  • โฮจิฉะ (Hojicha) : ชาเขียวที่คั่วด้วยอุณหภูมิสูงจนกลายเป็นสีส้มหรือน้ำตาล จึงมีเอกลักษณ์เป็นกลิ่นหอมควันจาง ๆ มีคาเฟอีนน้อย ดื่มง่าย ไม่มีความขม

ประเภทของมัทฉะ

มัทฉะเป็นชาเขียวประเภทหนึ่งที่มีจุดเด่นคือ รสสัมผัสที่เหมือนครีมเข้มข้นและมีสีเขียวสด มีกระบวนการทำคือนำใบชานึ่งไปบดเป็นผง แล้วละลายน้ำเมื่อชงดื่ม ให้รสชาติหวานหอมที่หลายคนติดใจ การเลือกใช้มัทฉะให้ถูกเกรดจะส่งผลต่อรสชาติ สี และเนื้อสัมผัส ซึ่งมัทฉะเองก็สามารถแบ่งออกได้เป็นหลายเกรดตามการเก็บเกี่ยว ได้แก่

26572177-97dd-4602-b058-6af6b49686c2.webp
  • มัทฉะเกรดพิธีการ (Ceremonial Grade) : ผงมัทฉะคุณภาพสูงที่เก็บเกี่ยวจากยอดใบชาอ่อนในช่วงต้นฤดู อุดมไปด้วยสาร L-theanine ที่มีประโยชน์ ให้สีเขียวสด รสชาติอูมามิ นุ่มนวล โดยมักนิยมชงดื่มกับน้ำร้อนแบบไม่ใส่นมน้ำตาล หรือ Pure Matcha
  • มัทฉะเกรดพรีเมียม (Premium Grade) : มัทฉะเกรดที่ใช้ดื่มในชีวิตประจำวัน โดยเก็บเกี่ยวใบชาที่มีอายุแก่กว่ายอดเล็กน้อย มัทฉะเกรดนี้ให้รสชาติกลมกล่อม กลิ่นหอม และมีสีเขียวอ่อน สามารถนำมาทำเป็นเมนูเครื่องดื่มเย็นได้ทั้ง Pure Matcha หรือ Matcha Latte 
  • มัทฉะสำหรับทำอาหาร (Culinary Grade) : มัทฉะเกรดทำขนมหรืออาหารที่ใช้ใบชาแก่ มีรสชาติเข้มติดขมปลาย ๆ มีสีเขียวหม่น สามารถนำไปใช้ผสมแป้ง ครีม หรือนมได้ดี จึงเหมาะสำหรับการนำมาทำอาหารและขนม

มัทฉะกับชาเขียวต่างกันยังไง ? 

จากประเภทที่แบ่งตามข้อมูลข้างต้น จะเห็นได้ว่ามัทฉะเองก็เป็นหนึ่งในประเภทชาเขียว แต่มัทฉะก็มีจุดเด่นที่ทำให้มันแตกต่างจากชาเขียวทั่วไป มารู้จัก 6 ความแตกต่างของมัทฉะ VS ชาเขียว

1. วิธีการเพาะปลูก

  • ชาเขียว : เกรดทั่วไปส่วนใหญ่จะปลูกกลางแจ้ง รับแสงแดดตรง ๆ ทำให้ใบชาสังเคราะห์แสงได้เต็มที่ มีสาร Catechin สูง มักเก็บเกี่ยวในช่วงกลาง-ปลายฤดูกาล ทำให้ใบแก่ มีรสขมชัด
  • มัทฉะ : ต้นชาของมัทฉะจะคลุมด้วยตาข่ายหรือเสื่อเพื่อกรองแสงเป็นเวลา 3-4 สัปดาห์ และเก็บเกี่ยวส่วนยอดชาในช่วงต้นฤดูกาล เป็นการกระตุ้นให้ต้นชาสร้างคลอโรฟิลล์และ L-Theanine มากขึ้น มัทฉะจึงมีสีเขียวเข้มและมีรสหวานกว่าชาเขียวทั่วไป

2. กระบวนการผลิต

  • ชาเขียว : หลังการเก็บเกี่ยว ใบชาจะถูกนำไปนึ่งหรือคั่วทันทีเพื่อรักษาสีเขียวและสารอาหารไว้ จากนั้นนำไปม้วนหรืออัดเป็นเส้นแห้ง เพื่อชงกับน้ำร้อน
  • มัทฉะ : สิ่งสำคัญที่ทำให้มัทฉะแตกต่างจากชาเขียวประเภทอื่น ๆ คือ กระบวนการผลิตที่ซับซ้อน โดยใบชาจะถูกตัดก้านและเส้นใบออกจนเหลือเพียงเนื้อใบล้วน ๆ และจะไม่ถูกนวดขณะนึ่งเหมือนชาเขียวทั่วไป หลังจากตากแห้งแล้วจะถูกนำมาคัดเกรดและบดกับเครื่องโม่หินช้า ๆ เป็นชั่วโมง เพื่อให้ได้ผงละเอียดโดยไม่ทำลายสารอาหารในใบชา

3. วิธีการชง 

  • ชาเขียว : วิธีการชงของชาเขียวไม่ซับซ้อน และสามารถชงได้ทั้งในน้ำร้อนอุณหภูมิ 70–80 องศาเซลเซียส (น้ำไม่เดือด) และน้ำเย็น โดยแช่ใบชาทิ้งไว้ 1-2 นาที กรองกากออกแล้วสามารถดื่มได้ทันที ทั้งนี้ไม่ควรแช่ชานานเกินไปเนื่องจากจะทำให้ชาเสียรสชาติได้
  • มัทฉะ : การชงมัทฉะจะมีหลายขั้นตอนมากกว่าชาเขียว โดยเริ่มจากการร่อนผงเพื่อป้องกันไม่ให้ผงชาจับตัวกันเป็นก้อน ใส่น้ำร้อน 70–80 องศาเซลเซียส ประมาณ 60–70 มล. จากนั้นตีด้วยแปรงจนมัทฉะมีฟองฟูเหมือนครีม การดื่มมัทฉะจึงเป็นการดื่มชาทั้งใบไม่ต้องกรองกากออกแบบชาเขียว
15c9ae9e-5e3a-403c-be39-7dc13087215b.webp

4. รสชาติและกลิ่นของชา

  • ชาเขียว : เกรดทั่วไปส่วนใหญ่จะมีรสติดฝาดเล็กน้อย แต่มีความดื่มง่าย ให้ความรู้สึกสดชื่นหลังดื่ม นอกจากนี้ยังมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของสาหร่ายหรือดอกไม้ ซึ่งเป็นจุดเด่นที่ขึ้นอยู่กับแหล่งที่ปลูกหรือกรรมวิธีในการสกัดกลิ่น
  • มัทฉะ : มีรสเข้มข้น ติดหวานกลมกล่อม ให้รสสัมผัสเหมือนครีม และยังให้กลิ่นชาที่เด่นชัด

5. การนำชาเขียวและมัทฉะมาประกอบเมนู 

  • ชาเขียว : ด้วยคุณสมบัติของชาที่ค่อนข้างมีความใส คนจึงมักนิยมนำไปประกอบเป็นเครื่องดื่มทั้งเมนูเย็นและร้อน เช่น ชาเขียวลาเต้
  • มัทฉะ : ด้วยจุดเด่นของมัทฉะที่มีความเข้มข้น มีรสหวาน และคุณสมบัติที่เป็นผง ทำให้มัทฉะมักถูกนำไปประยุกต์ใช้กับเมนูเครื่องดื่มที่หลากหลาย รวมไปถึงขนมหวาน เช่น เค้ก ไอติม

6. คุณค่าทางสารอาหาร : ชาเขียว มัทฉะ ประโยชน์ที่ดีต่อร่างกาย

  • ชาเขียว : การดื่มชาเขียวให้ประโยชน์ได้ดีแม้จะไม่ได้รับสารอาหารเทียบเท่ามัทฉะ โดยการดื่มชาเขียวจะช่วยแก้อาการกระหายน้ำ ขับเสมหะ และผ่อนคลายอารมณ์ได้ดี ทำให้รู้สึกสดชื่น
  • มัทฉะ : มัทฉะมีคุณค่าทางสารอาหารเข้มข้นกว่าชาเขียวทั่วไปหลายเท่า ด้วยกระบวนการปลูกและบดที่พิถีพิถัน ทำให้รักษาคุณประโยชน์ได้มากกว่า เช่น คาเฟอีนที่ช่วยส่งเสริมระบบเผาผลาญและกระตุ้นการทำงานของสมอง รวมไปถึงสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยซ่อมแซมเซลล์ที่เสียหายและลดความดันโลหิต

TRIVA คัดสรรใบชาคุณภาพ หอมกลิ่นชาเขียวและมัทฉะเข้มข้น

c2d03299-2d81-4379-8adb-90f1ea7aea57.webp

ไม่ว่าลูกค้าของคุณจะมองหาความสดชื่นของชาเขียว หรืออยากได้รสครีมมี่ของมัทฉะ TRIVA พัฒนาผลิตภัณฑ์มาเพื่อให้การชงเครื่องดื่มเป็นเรื่องง่าย และยังได้รสชาติที่มีคุณภาพ สร้างสรรค์ได้หลากหลายเมนู ช่วยประหยัดต้นทุน เพื่อตอบโจทย์คนทำคาเฟ่มากที่สุด

TRIVA มัทฉะลาเต้ 3 in 1 - รสมัทฉะแท้ที่ชงง่าย

สัมผัสรสชาติของมัทฉะได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องลงทุนซื้ออุปกรณ์ยกเซ็ต ด้วย มัทฉะลาเต้ 3 in 1 จาก TRIVA ที่คัดสรรชาสายพันธุ์ดี ใช้กระบวนการผลิตอย่างพิถีพิถันตามสไตล์ญี่ปุ่น พร้อมเติมนมและน้ำตาลในปริมาณที่เข้ากันพอดี ทำให้ได้มัทฉะลาเต้ที่มีกลิ่นหอมอูมามิและสัมผัสที่เข้มข้น ในหนึ่งถุงสามารถชงได้ถึง 16 แก้ว และยังนำไปทำได้หลากหลายเมนู เช่น สลัชชีมัทฉะ มัทฉะสตรอว์เบอร์รี หรือมัทฉะชาไทย

TRIVA ใบชาเขียว - รสชาเขียวละมุนที่คุณเลือกได้

ใบชาเขียวคุณภาพของ TRIVA ช่วยให้คุณสร้างสรรค์หลากหลายเมนูชาเขียวได้ง่าย ๆ จากใบชาที่เก็บเกี่ยวอย่างพิถีพิถันด้วยมือ 100% ทำให้ได้รสที่ละมุนลิ้น พร้อมกลิ่นหอมสดชื่น สามารถนำมาใช้อัปเกรดเมนูเครื่องดื่มหรือของหวานในร้าน เพื่อให้ได้รสชาติชาเขียวแบบพรีเมียม อย่างเมนูชาเขียวเฟรปเป ชาเขียวลาเต้ เป็นต้น

สรุป : ชาเขียว VS มัทฉะ ความอร่อยที่แตกต่าง

หลายคนอาจมองว่ามัทฉะและชาเขียวไม่ได้ต่างกันมากนัก เนื่องจากมัทฉะก็ถูกจัดเป็นชาเขียวประเภทหนึ่งที่มาจากญี่ปุ่น แต่ที่จริงแล้วมัทฉะเอกลักษณ์ที่โดดเด่นไม่เหมือนชาเขียวทั่ว ๆ ไป ตั้งแต่การปลูก เก็บเกี่ยว ไปจนถึงขั้นตอนการผลิตที่ใช้วิธีการบดใบชา ทำให้ได้รสชาติและสารอาหารที่เข้มข้น และชาทั้งสองประเภทยังเหมาะกับการทำเมนูที่แตกต่างกัน

การออกแบบเมนูชาเขียวหรือมัทฉะสำหรับร้านจึงไม่เพียงเลือกชาเกรดดีที่สุดหรือแพงที่สุด แต่เป็นการเลือกให้เหมาะสมกับเมนู หากต้องการให้เครื่องดื่มหรือขนมมีกลิ่นของชาเขียวเข้มข้น หรือได้ความครีมนัว ๆ คาเฟ่ควรเลือกใช้ผงมัทฉะ หรือหากอยากสร้างสรรค์เมนูที่มอบความสดชื่นได้ดี ชาเขียวคือทางเลือกที่เหมาะมากกว่า

TRIVA ออกแบบผลิตภัณฑ์ด้วยความเข้าใจ ทำให้คาเฟ่สามารถสร้างสรรค์เมนูได้ง่าย ๆ และหลากหลาย โดยใช้เพียงผงมัทฉะลาเต้ 3 in 1 หรือใบชาของเรา ทดลองสัมผัสรสชาติของชาเขียวแท้ได้ที่ TRIVA


ดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์ของ TRIVA หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์ : https://trivacafe.com/th
เบอร์ติดต่อสอบถาม : 02-717-2898
Facebook : https://www.facebook.com/TRIVACAFEVISION
LINE OA : @triva


FAQ

มัทฉะมีปริมาณคาเฟอีนสูงกว่าชาเขียวทั่วไป เนื่องจากมัทฉะคือใบชาบดละเอียด ในขณะที่การบริโภคชาเขียวคือการดื่มน้ำจากใบชาต้ม ทำให้มีสารอาหารและคาเฟอีนน้อยกว่ามัทฉะ ดังนั้นผู้ที่ต้องการเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนแต่ไม่อยากดื่มกาแฟ เราแนะนำให้ดื่มมัทฉะมากกว่า โดยไม่ควรดื่มเกิน 2 แก้วต่อวัน เพื่อรักษาระดับคาเฟอีนในร่างกายให้เหมาะสม

ชาเขียว เช่น เกนไมฉะ โฮจิฉะ มีคาเฟอีนปริมาณน้อย ทำให้สามารถดื่มได้ตลอดทั้งวัน โดยเหมาะสำหรับการดื่มในช่วงบ่ายเพื่อเพิ่มความสดชื่น แต่อาจหลีกเลี่ยงดื่มชาเขียวช่วงก่อนนอน เนื่องจากคาเฟอีนอาจทำให้นอนไม่หลับได้

สาร Tannin ในชาเขียวสามารถบรรเทาอาการท้องเสียได้ในบางกรณี ด้วยการยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียบางชนิดในลำไส้ แต่ควรดื่มในปริมาณที่เหมาะสมเพราะหากดื่มมากเกินไปอาจทำให้ท้องผูกได้ นอกจากนี้หากยังมีอาการท้องเสียต่อเนื่อง หรืออาการรุนแรง ควรเข้าพบแพทย์ เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม

ข่าวสาร & บทความ

ดูทั้งหมด

เคล็ดลับชงกาแฟ 3 in 1 ให้อร่อยแบบคาเฟ่

แนะนำ 3 วิธีชงกาแฟ 3in1 ยังไงให้อร่อยเหมือนซื้อกาแฟจากคาเฟ่ พร้อมทริกในการอัปเกรดเมนูแบบง่าย ๆ ที่ทำได้จากบ้านด้วยผงชงสำเร็จรูปจาก TRIVA

15/05/2026

ชาเขียว VS มัทฉะ ส่องความต่างที่ต้องรู้ก่อนดื่ม

มัทฉะและชาเขียวแตกต่างกันที่กระบวนการเก็บเกี่ยว การผลิต ไปจนถึงการชง มารู้จัก 6 ความแตกต่างของชาเขียว VS มัทฉะ พร้อมวิธีการเลือกให้เหมาะกับเมนูประจำคาเฟ่

15/05/2026

ช็อกโกแลตดีต่อสุขภาพจริงไหม ? กินยังไงให้ได้ประโยชน์เต็ม ๆ

กินช็อกโกแลตอย่างไรให้ได้ประโยชน์เต็ม ๆ พร้อมพาส่อง 5 ประโยชน์เด็ดจากสารต้านอนุมูลอิสระในโกโก้ พร้อมเคล็ดลับการกินคู่กับอะไรให้ได้ทั้งสุขภาพและความอร่อย

15/05/2026

ให้ TRIVA เป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำดี ๆ ของคุณ

ค้นหาส่วนผสมเมนูของคุณด้วยหลากหลายสูตรจาก TRIVA — รังสรรค์เพื่อให้เข้ากับทุกสไตล์ ทุกเมนู และทุกช่วงเวลา

ShopeeLazadaToktokMy Shop
Triva Together