Home

Blogsเอสเพรสโซคืออะไร ? รู้จักต้นกำเนิดของทุกเมนูกาแฟ

เอสเพรสโซคืออะไร ? รู้จักต้นกำเนิดของทุกเมนูกาแฟ

Date: 10/07/2026

เอสเพรสโซ (Espresso) เป็นชื่อกาแฟที่เชื่อว่าใครหลายคนคงต้องเคยได้ยินผ่านหูแน่นอน เพราะถือว่าเป็นเหมือนต้นกำเนิดของเมนูกาแฟในคาเฟ่ที่เราเห็นกันทุกวันนี้ แต่ที่จริงแล้วเป็นเมนูกาแฟที่คนไทยเข้าใจผิดเป็นจำนวนมาก หรือสั่งเอสเพรสโซร้อนกับเอสเพรสโซเย็นออกมากลับไม่เหมือนกัน ทำให้สับสนว่าต่างจากกาแฟแบบอื่นอย่างไร

TRIVA จะพามาไขคำตอบว่า กว่าจะมาเป็นเอสเพรสโซคืออะไร กำเนิดมาจากไหน พร้อมแนะนำสูตรชงที่สามารถทำได้ง่าย ๆ จากที่บ้าน

Highlight

  • เอสเพรสโซมีจุดกำเนิดจากเมืองตูริน ประเทศอิตาลี ในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษ 19 จากนั้นจึงได้รับความนิยมมากขึ้นหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เครื่องชงกาแฟ Expresso ได้ขยายไปทั่วยุโรป
  • เอสเพรสโซเย็นหรือเอสเย็น คือเมนูเครื่องดื่มที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ในประเทศไทย โดยใช้รูปแบบการชงเอสเพรสโซเดิมเป็นเบสกาแฟ แล้วใส่นมสด นมข้นจืด นมข้นหวาน และน้ำแข็งเข้าไป เพื่อให้เหมาะสมกับอากาศร้อนของประเทศไทยมากขึ้น
  • แม้คาปูชิโน่จะมีส่วนผสมของนมและฟองนมเหมือนกับลาเต้ แต่คาปูชิโน่จะให้รสชาติที่เข้มข้นกว่า ด้วยปริมาณนมที่น้อยกว่านั่นเอง ในขณะที่ลาเต้จะมีรสชาตินุ่มละมุนกว่าแต่มีฟองนมบางกว่าคาปูชิโน่
  • ปัจจุบันเอสเย็นเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทย และสามารถเข้าถึงได้ง่ายมากขึ้นด้วยกาแฟ 3 in 1 หรือ กาแฟซอง ที่ออกแบบมาให้เข้ากับความชอบคนไทยและเพิ่มความสะดวกสบายมากขึ้น

เอสเพรสโซ คืออะไร? มีต้นกำเนิดจากที่ไหน ?

cdd6ab36-15aa-4dfb-917f-2feb24c628ef.webp

เอสเพรสโซ คือ กาแฟที่สกัดผ่านน้ำร้อนแรงดันสูงจนทำให้ได้กาแฟที่มีความเข้มข้นเป็นพิเศษ ได้กลิ่นหอมชัด บอดี้แน่น รสชาติเข้มกว่ากาแฟประเภทอื่น ๆ เนื่องจากเป็นกาแฟสกัดล้วน ๆ ไม่มีการผสมกับน้ำตาลหรือนม โดยมีจุดเด่นคือ ชั้นฟองสีทองด้านบนและมักเสิร์ฟในลักษณะแก้วช็อตหรือแก้วกาแฟเล็ก ๆ

และเมื่อพูดถึงเอสเพรสโซ จุดกำเนิดที่ทำให้มันกลายเป็นที่นิยมไปทั่วโลกก็เริ่มที่ดินแดนแห่งรองเท้าบูตอย่าง “อิตาลี” ในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 ที่การดื่มกาแฟกำลังเป็นที่นิยม ทำให้ Coffee House และบาร์ทั่วยุโรปต่างคลาคลั่งไปด้วยผู้คน ในร้านของแองเจโล โมริออนโด (Angelo Moriondo) ที่ตูริน (Turin) ก็เช่นเดียวกัน

โมริออนโดเกิดไอเดียในการสร้างเครื่องทำกาแฟที่เร็วขึ้น อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้นำไปจำหน่ายจริง จนกระทั่งในงาน World Fair ปี 1906 ที่จัดขึ้นในเมืองมิลาน ลุยจิ เบซเซรา (Luigi Bezzera) และ เดสิเอโร ปาโวนี (Desiderio Pavoni) ได้นำเครื่องทำกาแฟที่ใช้แรงดันไอน้ำไปจัดแสดงในชื่อ “Espresso” ทำให้การชงกาแฟรวดเร็วมากขึ้น จากนั้นเครื่องนี้ก็แพร่หลายไปทั่วอิตาลี จนขยายไปยังประเทศต่าง ๆ ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 และกลายเป็นรากฐานของเมนูกาแฟต่าง ๆ ในปัจจุบัน


เกร็ดความรู้ : ชื่อเอสเพรสโซมีความหมายว่า รวดเร็วหรือเร่งด่วน คล้ายคำว่า Express ในภาษาอังกฤษ ซึ่งตั้งชื่อตามรถไฟที่เร็วที่สุดในอิตาลีขณะนั้น “Treno Expresso” หรือรถไฟด่วน เป็นรูปแบบโฆษณาที่ทำให้เกิดภาพจำง่าย


เอสเพรสโซเย็น - กาแฟปรับสูตรแบบฉบับคนไทย

จากต้นกำเนิดในอิตาลีจะเห็นได้ว่า เอสเพรสโซคือกาแฟร้อนที่ผ่านการสกัดเข้มข้น ไม่มีการใส่นมหรือน้ำตาลเข้าไป ซึ่งแตกต่างจากเอสเพรสโซที่เห็นกันตามคาเฟ่ในประเทศไทยอย่างมาก เพราะเอสเพรสโซเย็น หรือที่คนไทยเรียกกันติดปากว่า “เอสเย็น (Es Yen)” เมนูที่พัฒนาจากประเทศไทยรสชาติแบบที่ประเทศไหนก็ไม่เหมือน

เอสเพรสโซเย็นคือการนำกาแฟเอสเพรสโซช็อตไปผสมกับนมสด นมข้นจืด นมข้นหวาน และน้ำแข็ง ให้รสชาติกาแฟที่เข้มข้น หวานมัน และสดชื่น เหมาะกับอากาศร้อนของประเทศไทย ทำให้ในไทยเรามักเห็นคนเลือกดื่มเอสเพรสโซเย็นมากกว่าแบบร้อน และกลายเป็นเมนูที่พบเห็นได้ตามคาเฟ่ทั่วไปในไทย

เอสเพรสโซแตกต่างจากลาเต้หรือคาปูชิโน่อย่างไรบ้าง ?

524df223-ac12-4fbd-88e9-2c7deba0c328.webp
  • เอสเพรสโซแบบออริจินัล คือ กาแฟร้อนสกัดเข้มข้นสูงที่ไม่ผสมนมหรือน้ำตาล มีรสชาติเข้มข้น บอดี้แน่น หอมกลิ่นกาแฟชัด ทำให้มีปริมาณคาเฟอีนสูงและช่วยกระตุ้นให้ร่างกายตื่นตัวได้ดี ในขณะที่เอสเย็นจะใช้เบสเป็นเอสเพรสโซ 2 ช็อต ผสมกับนมและน้ำตาล เพื่อลดความเข้มลงและเพิ่มความหวานมัน กลมกล่อม
  • คาปูชิโน คือ กาแฟที่มีเบสเป็นเอสเพรสโซเข้มข้นแล้วเติมนมและฟองนมเข้าไป ทำให้ได้กลิ่นหอมกาแฟกับนมที่ลงตัว จึงเป็นตัวเลือกสำหรับคนที่ต้องการดื่มกาแฟเข้ม ๆ แต่ไม่ติดขมจนเกินไป เมื่อนำไปทำเป็นเมนูเย็นจะมีความคล้ายคลึงกับเอสเย็นของไทย เพียงแต่เอสเย็นส่วนใหญ่จะไม่มีชั้นฟองนม
  • ลาเต้ คือ กาแฟที่ใช้เบสจากเอสเพรสโซผสมกับนมปริมาณมาก แล้วปิดท้ายด้วยชั้นฟองนม ทำให้มีรสชาติที่นุ่มละมุน หอมมัน และติดหวาน ลาเต้จะแตกต่างจากคาปูชิโน่ตรงที่มีส่วนผสมของนมที่มากกว่าแต่มีชั้นฟองนมที่บางกว่า ทำให้รสชาติเข้าถึงง่าย เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบกาแฟเข้ม ๆ

วิธีชงกาแฟเอสเพรสโซ

เอสเพรสโซมีวิธีการชงที่ไม่ซับซ้อน สามารถทำได้หากมีเครื่องชงกาแฟที่บ้าน แต่อาศัยความละเอียดอ่อนเล็กน้อยในการกะปริมาณน้ำและอุณหภูมิ

วิธีชงเอสเพรสโซร้อนสไตล์อิตาลี

  1. เลือกกาแฟบดละเอียดในปริมาณที่ต้องการ (7 กรัม สำหรับ Single Shot และ 14 กรัม สำหรับ Double Shot)
  2. นำกาแฟใส่ลง Portafilter แล้วเกลี่ยส่วนเกินให้หน้าเรียบพอดี แล้วใช้ Tamping กดอัด 1-2 ครั้ง
  3. นำก้านชงมาต่อกับเครื่อง แล้วนำแก้วรองด้านล่าง จากนั้นกดปุ่มชงกาแฟโดยใช้แรงดันที่ 8-10 บาร์
  4. เมื่อกาแฟออกมาก็พร้อมเสิร์ฟได้ทันทีโดยไม่ต้องเติมน้ำตาลหรือนมข้น

วิธีชงเอสเพรสโซเย็นสไตล์ไทย

  1. เลือกกาแฟบดละเอียดในปริมาณสำหรับ Double Shot แล้วเกลี่ยลง Portafilter ให้เรียบ จากนั้นสกัดกับเครื่องทำกาแฟ
  2. เติมนมสด 60 มล. และนมข้นหวาน 15 มล. เข้าไปผสมกับกาแฟ (หากต้องการเพิ่มความมัน สามารถใช้นมข้นจืดประมาณ 15 มล. และลดนมสดลงเหลือ 30 มล.)
  3. เทกาแฟที่คนส่วนผสมเข้ากันดีแล้วลงในแก้วที่มีน้ำแข็ง

เคล็ดลับชงเอสเพรสโซให้อร่อยและได้มาตรฐาน

การชงเอสเพรสโซให้อร่อยประกอบไปด้วยความละเอียดอ่อนในการตั้งแรงดันของการสกัด อัตราส่วนน้ำ และการเลือกเมล็ดกาแฟที่หอมและเข้มข้

แรงดันในการชง

ไม่ว่าจะเป็นเอสเพรสโซร้อนหรือเย็น สิ่งสำคัญของการเป็นเอสเพรสโซอย่างหนึ่งคือแรงดันน้ำที่ต้องสูงประมาณ 8-10 บาร์ เพื่อให้น้ำร้อนผ่านได้พอดี และได้รสชาติที่ต้องการ โดยวิธีชงเอสเพรสโซจะใช้อุณหภูมิ 90-93 องศา (ขึ้นอยู่กับสูตร) และใช้เวลาสกัดเพียง 20-30 วินาที

อัตราส่วนของกาแฟและน้ำ

ปริมาณน้ำที่ใช้ในการสกัดเอสเพรสโซควรคำนวณด้วยปริมาณ น้ำ 2 ส่วน : กาแฟ 1 ส่วน หรือหากต้องการรสชาติกาแฟที่เข้มข้นอาจปรับสัดส่วนน้ำให้เหลือ 1.5 ส่วนได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม หากเลือกใช้น้ำในการสกัดน้อย ต้องใช้ผงบดละเอียดมากขึ้น เพื่อให้น้ำยังคงไหลผ่านได้และไม่เสียรสชาติกาแฟ

เมล็ดกาแฟ

การเลือกเมล็ดกาแฟ สามารถเลือกได้ตามแหล่งปลูกที่มีเทสต์โน๊ตที่ต้องการ เช่น ต้องการดื่มเอสเพรสโซเพียวที่ให้ความสดชื่นอาจเลือกเมล็ดจากเอธิโอเปีย, เคนย่า หรืออาจนำเมล็ดจากที่ต่าง ๆ มาเบลนด์เพื่อให้ได้รสชาติที่สมดุลไม่ฟรุตตี้หรือไม่หนักจนเกินไป

ในส่วนของระดับการคั่ว หลายปีก่อนคนมีความเชื่อว่าเมล็ดกาแฟเอสเพรสโซที่ดีคือคั่วเข้ม เพื่อให้ได้รสชาติที่เข้มข้น แต่อันที่จริงเมล็ดกาแฟสามารถใช้ได้ตั้งแต่คั่วกลางไปจนถึงคั่วเข้ม โดย TRIVA แนะนำดังนี้

  • เอสเพรสโซร้อนแบบอิตาลีแนะนำให้ใช้คั่วกลางเพื่อให้ได้ชั้นครีม่าสีทองหนา
  • เอสเพรสโซเย็นแนะนำให้ใช้เมล็ดกาแฟคั่วเข้มเพื่อให้ได้รสชาติที่สมดุลเมื่อใส่นมเข้าไป

จากความละเอียดอ่อนที่ต้องกะปริมาณและอุณหภูมิให้ถูกต้อง รวมถึงหลาย ๆ คนไม่ได้มีเครื่องชงกาแฟที่บ้าน หรือมีเวลาแวะคาเฟ่ทุกเช้า การชงเอสเพรสโซด้วยผง 3 in 1 จึงกลายมาเป็นทางเลือกใหม่ที่มอบทั้งความอร่อยและสะดวกไปพร้อม ๆ กัน

เอสเพรสโซ 3 in 1 By TRIVA เข้มข้น หอมกลมกล่อม ชงดื่มได้ทันที

f7b6b4a1-c554-4f83-8f0b-170024e9fab7.webp

หากรู้สึกว่าเอสเพรสโซเย็นทำได้ยาก ตัวเลือกอย่างเอสเพรสโซ 3 in 1 จาก TRIVA พร้อมเข้ามาเสิร์ฟความสะดวกสบายให้คนรักกาแฟที่มีเวลาน้อยหรืออุปกรณ์ไม่เพียงพอ มอบความอร่อยแบบคาเฟ่ ด้วยเมล็ดกาแฟเบลนด์โรบัสต้าและอาราบิก้าคั่วเข้ม ผสานกับความหวานมันของนมที่คำนวณมาให้กลมกล่อมพอดี ได้เทสต์โน๊ตของดาร์กช็อกโกแลต

ชงดื่มง่ายเพียงละลายผงกับน้ำร้อนและคนให้ละลาย แล้วเติมน้ำแข็งก็ได้สัมผัสความเข้มข้นที่เป็นเอกลักษณ์ของ ‘เอสเย็น’ ได้จากที่บ้าน แบ่งซองเล็ก ๆ ให้พกพาสะดวก สามารถชงดื่มได้ทุกที่ที่มีน้ำร้อน

สรุป : เอสเพรสโซ - เครื่องดื่มจากอิตาลีสู่กาแฟเย็นหอมมันแบบไทย ๆ

เอสเพรสโซไม่เพียงเป็นชื่อของเมนูเครื่องดื่ม แต่ยังเป็นนวัตกรรมที่เปลี่ยนโลกของกาแฟไปตลอดกาล ด้วยผลพวงของการเกิดเครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซ ทำให้เมนูในคาเฟ่ที่พบเห็นได้ในปัจจุบันอย่าง ลาเต้ คาปูชิโน มัคคิอาโต้ ได้ถือกำเนิดขึ้น รวมไปถึงเมนูยอดนิยมของคนไทยอย่าง ‘เอสเย็น’ ที่เป็นการนำกาแฟเอสเพรสโซมาปรับให้เข้ากับอากาศประเทศไทยมากขึ้น

แม้ปัจจุบันสูตรชงเอสเพรสโซในไทยจะห่างไกลจากต้นกำเนิดที่อิตาลีมาก แต่กาแฟเอสเพรสโซแบบไทย ๆ ก็เป็นที่ยอมรับทั้งในไทยและสากล ด้วยความเข้มข้นหวานมันที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งหาดื่มได้ง่าย ๆ ด้วยการใช้ ผงชงสำเร็จรูปจาก TRIVA ที่ใช้เมล็ดกาแฟคุณภาพ ได้รสชาติเข้มข้น


ดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์ของ TRIVA หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์ : https://trivacafe.com
เบอร์ติดต่อสอบถาม : 02-717-2898
Facebook : https://www.facebook.com/TRIVACAFEVISION
LINE OA : @triva


FAQ

เอสเพรสโซและกาแฟดำมักใช้เมล็ดกาแฟสายพันธุ์ไม่ต่างกัน แตกต่างกันที่ความเข้มข้น โดยเอสเพรสโซคือกาแฟที่ใช้น้ำปริมาณน้อยและชงด้วยแรงดันไอน้ำสูง ทำให้ได้กาแฟที่มีความเข้มข้นสูง ในขณะเดียวกันกาแฟดำคือ กาแฟที่มีปริมาณน้ำมากกว่าเอสเพรสโซ ทำให้มีรสชาติเบากว่า

ครีม่า (Crema) คือชั้นครีมสีทองบนกาแฟเอสเพรสโซร้อนที่เกิดจากขั้นตอนการสกัดกาแฟด้วยแรงดันและอุณหภูมิที่พอเหมาะ จนทำให้เกิดชั้นครีมหนานุ่ม ซึ่งเป็นเหมือนจุดบ่งชี้ว่าเอสเพรสโซนี้เป็นกาแฟที่มีคุณภาพ นอกจากนี้การเลือกใช้เมล็ดกาแฟคั่วกลางยังช่วยให้สกัดชั้นครีมได้สีสวยมากขึ้นด้วย

เอสเพรสโซ่ช็อตแบบ Single Shot คือกาแฟที่ใช้ปริมาณเมล็ดบดละเอียดประมาณ 7 กรัม ซึ่งจะให้รสชาติที่สมดุล ดื่มง่าย ในขณะที่ Double Shot คือเอสเพรสโซที่ใช้ปริมาณกาแฟบดมากกว่า Single Shot 2 เท่า เช่น ถ้า Single Shot ใช้ปริมาณกาแฟ 7 กรัม Double Shot จะใช้กาแฟที่ 17 กรัม ทำให้ Double Shot จะได้ปริมาณกาแฟที่ออกจากเครื่องชงมากกว่านั่นเอง

ข่าวสาร & บทความ

ดูทั้งหมด

7 สูตรกาแฟจากผงกาแฟเอสเปรสโซ่ 3 in 1 TRIVA ทำง่าย อร่อยเหมือนคาเฟ่

อัปเดต 7 สูตรกาแฟจากผงเอสเพรสโซ 3 in 1 ที่ทำได้ง่ายจากที่บ้าน ไม่ต้องใช้วัตถุดิบเยอะ แต่อร่อยเหมือนคาเฟ่ เช่น เอสเพรสโซครีมชีส เอสเพรสโซเฉาก๊วย เอสเพรสโซโอริโอ้

10/07/2026

กาแฟซองมีกี่แบบ ? มือใหม่เลือกแบบไหนดีให้อร่อยถูกใจ

กาแฟซองมีหลายรูปแบบทั้ง 3 in 1 และ 2 in 1 ไปจนถึงกาแฟดำแบบซอง ซึ่งแตกต่างกันที่ส่วนผสมภายในที่ส่งผลต่อรสชาติ แล้วควรเลือกกาแฟซองแบบไหนดีถึงจะตอบโจทย์

10/07/2026

เอสเพรสโซคืออะไร ? รู้จักต้นกำเนิดของทุกเมนูกาแฟ

ทำความรู้จักเอสโพรสโซ ต้นกำเนิดทุกเมนูกาแฟในคาเฟ่ - แนะนำความแตกต่างระหว่างเอสเพรสโซ ลาเต้ และคาปูชิโน่ พร้อมเคล็ดลับในการชงให้อร่อยได้ง่าย ๆ

10/07/2026

ให้ TRIVA เป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำดี ๆ ของคุณ

ค้นหาส่วนผสมเมนูของคุณด้วยหลากหลายสูตรจาก TRIVA — รังสรรค์เพื่อให้เข้ากับทุกสไตล์ ทุกเมนู และทุกช่วงเวลา

ShopeeLazadaToktokMy Shop
Triva Together